Intel Solid State Drive 520 Series

Intel Solid State Drive 520 Series 240GB SATA III Solid State Drive

สวัสดีครับ... วันนี้เราจะมาว่ากันที่เรื่องราวของอุปกรณ์ที่หลายๆคนยังคงติดปากเรียกกัน ว่า Harddisk เพราะด้วยความเคยชินกับลักษณะการใช้งานที่มันจะทำหน้าที่เป็นสื่อจัดเก็บ ข้อมูลหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง สำหรับอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า Solid State Drive หรือที่เรียกันสั้นๆว่า SSD นั่นล่ะครับ โดยในความเป็นจริงแล้วนั้นเจ้า SSD นี้เขาจะไม่เรียกกันว่า Harddisk ถึงแม้มันจะทำงานเหมือนกับ Harddisk ก็ตามทีเพราะด้วยลักษณะทางกายภาพของมันนั้น มันไม่ได้มีอุปกรณ์ที่เคลื่อนไหวหรือมีจานแม่เหล็กที่เป็นตัวเก็บข้อมูล แต่มันจะใช้สื่อการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะที่เรียกกันว่า Nand flash memory แทน ดังนั้นเมื่อมันไม่มีจานแม่เหล็กเขาจึงไม่เรียกมันว่า Harddisk เพราะคำว่า Disk นั้นมีความหมายว่า "จาน" หรือแผ่นกลมๆ ดังนั้นแล้วหากจะเรียกกันให้ถูกต้องสำหรับสื่อจัดเก็บข้อมูลในแบบ SSD นั้นเขาก็จะนิยมเรียกกันแบบทับศัพท์เลยว่า SSD หรือถ้าจะเรียกเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลก็จะต้องเรียกกันว่า Harddrive หรือ Storage Drive นั่นเอง เอาล่ะครับพูดถึงเรื่องของการเรียกชื่ออยู่ตั้งนานแต่เราก็ยังไม่ได้บอกเลย ว่าวันนี้เราจะมีอะไรมาให้ได้รับชมกัน ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหลักอย่างแน่นอนกับ SSD ในตระกูลใหม่ล่าสุดจากทาง Intel ผู้ริเริ่มและผลักดันจน SSD นั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเวลานี้ โดยในเวลานี้ทาง Intel ก็ได้มีการเปิดตัว SSD ของตนเองมาจนถึงซีรีย์ 520 กันแล้ว ซึ่งในการเรียกชื่อซีรีย์ของทางอินเทลที่ผ่านมานั้นก็จะอ้างอิงถึงความ สามารถหรือความเร็วในการอ่านเขียนที่ SSD ตนเองจะสามารถกระทำได้ และวันนี้ก็เช่นกันสำหรับ Intel SSD 520 Series ซึ่งแน่นอนว่าทาง Intel ก็จะได้มีความเร็วในการอ่านเขียนที่ระดับ 520MB/s โดยประมาณ ส่วนมาตรฐานของการเชื่อมต่อหรืออินเทอร์เฟสนั้นก็มาตามยุคสมัยที่ ณ ปัจจุบันนี้ก็เป็นยุคสมัยของ SATA 6Gbps หรือ SATA 3.0 นั่นเอง ส่วนเรื่องของขนาดความจุนั้นก็จะยังมีให้ได้เลือกใช้กันหลากหลายขนาดตามความ ต้องการของแต่ละคน ตามแต่กำลังทรัพย์์ซึ่งก็ลองมารับชมกันดูว่ากับ Intel SSD 520 Series ที่เราได้รับมาในขนาด 240GB ในวันนี้นั้น มันจะมีความแรงความสามารถได้ในระดับที่ทาง Intel กล่าวอ้างเอาไว้หรือไม่ ว่าแล้วก็ไปติดามรับชมกันเลยนะครับ

เรา มาว่ากันที่ตัวแพ็กเกจกันก่อนสักเล็กน้อยสำหรับ SSD จากทางอินเทลที่จะมีการใช้ลักษณะของตัวกล่องที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยการใช้สีฟ้าที่เป็นสีสัญลักษณืของทางอินเทล ส่วนลวดลายที่ใช้ก็จะมีความคล้ายคลึงกับตัวซีพียู ส่วนอุปกรณ์บันเดิลที่มาพร้อมกับตัว SSD ภายในนั้นก็จะประกอบไปด้วย ตัวแปลงสำหรับยึด SSD ในขนาดพื้นที่ 5.25", สาย SATA หนึ่งเส้น, สายแปลงจาก Molex 4pin to SATA Power, CD Software Driver, คู่มือการใช้งาน, นัตสำหรับจับยึดและสติ๊กเกอร์สำหรับแปะเทห์อีกหนึ่งชิ้น

สำหรับ ขนาดของตัว SSD นั้นก็มาในขนาดมาตรฐาน 2.5" ตามแบบฉบับของ SSD ทั่วๆไปส่วนรูปร่างหน้าตาและลวดลายนั้นทางอินเทลก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ใดๆ ยังเลือกใช้ตัวบอดี้สีเงินพร้อมทั้งมีการคาดลายหรือเซาะร่องให้เป็นแนวโค้ง โดยพื้นที่ทางด้านบนก็จะเป็นพื้นที่ของสติ๊กเกอร์ลาเบลระบุรายละเอียดต่างๆ ของตัว SSD ว่าเป็น SSD ในโมเดลอะไร ซีรีย์ไหน ซึ่งในที่นี้ก็จะเป็น Intel SSD 520 Series และมีความจุที่ขนาด 240GB ระบุไว้ชัดเจนในแถวบนสุด ส่วนบริเวณกึ่งกลางก็แจ้งมาชัดเจนเช่นกันสำหรับอินเทอร์การเชื่อมต่อที่จะ เป็น SATA 6Gbps และมีอัตราการใช้พลังงานสูงสุดที่ประมาณ 5W ด้วยไฟเลี้ยงในระดับ 5V 1A

ถึง ณ วันนี้ก็คงไม่มีใครไม่รรู้จักแล้วกระมังครับสำหรับรูปแบบของพินการเชื่อมต่อ ที่เห็นอยุ่ในภาพ ซึ่งมันก็คือรูปแบบของการเชื่อมต่อในแบบ SATA และ SATA Power ซึ่งก็จะมีพอร์ทสำหรับเชื่อมต่อมาเพียงสองชุดดังที่ปรากฏ ไม่มีพอร์ทแปลกๆอื่นๆมาให้ได้ใช้งานด้วยแต่อย่างใดอาทิเช่น USB พอร์ทเป็นต้น

ภายใน เมื่อเราเปิดออกมาดูก็จะพบกับ Nand Falsh Memory จำนวนทั้งหมด 16 ตัวโดยจะเลือกติดตั้งไว้ด้านล่ะ 8 ตัวของ PCB ส่วน PCB ด้านหนึ่งนอกจากจะประกอบไปด้วย Nand flash แล้วนั้นสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ก็คือชิบควบคุมซึ่งก็เป็นชิบยอดนิยมจากทาง Sanforce นั่นเอง

ชิ บควบคุมหรือ Controller Chip จากทาง SanForce ในรหัส SF-2281VB1-SDC ยอดฮิตสำหรับ SSD ในอินเทอร์เฟส SATA 3.0 ในปัจจุบันนี้พร้อมกับ Nand Flash จากทาง Intel ที่มีการพัฒนาร่วมกันกับทาง Micron Technology ในแบบ Synchronous MLC ด้วยขนาดการผลิต 25nm และจากทั้งหมดที่ติดตั้งมาจำนวน 16 ชิบซึ่งหมายความว่าชิบแต่ละตัวนั้นจะมีความจุที่ขนาด 16GB ด้วยกัน แต่หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าแล้วมันหายไปไหนอีกตั้งหลาย GB หรือถ้านับกันเต็มๆก็มันจะควรจะต้องเป็น 256GB ซึ่งที่หายไปนั้นส่วนหนึ่งก็จะโดนจองเอาไว้สำหรับ Firmware ของชิบ Sanforce นั่นเอง

Specification

บรรยากาศขณะทำการทดสอบ

CPUZ

System หรือระบบที่เราใช้ในการทดสอบ Intel SSD 520 Series 240GB ในครั้งนี้นั้นซีพียูก็มาในแบบพื้นฐานๆทั้งโมเดลซีพียูและความเร็ว ซึ่งความเร็วที่ใช้ก็มาในแบบเดิมๆหรือปรับ Auto ทั้งหมดรวมถึงความเร็วของเมโมรีก็เช่นกันคือทำงานที่ DDR3-1333MHz CL9-9-9-24 แต่ประเด็นสำคัญคงจะอยุ่ที่ตัวเมนบอร์ดที่ใช้ ซึ่งเราเลือกใช้เมนบอร์ดที่เป็นชิบเซตในรหัส Z68 ที่พร้อมรองรับการทำงานร่วมกับ SATA 3 ในแบบ On Chip ซึ่งการติดตั้งใช้งานสำหรับการทดสอบนั้นเราจะมีทั้งบททดสอบในแบบ ติดตั้ง OS และแบบไม่ติดตั้ง OS (Unpartition)มาให้ได้ชมกัน ส่วนการตั้งค่าการควบคุมของ Z68 นั้นเราจะเลือกใช้โหมด AHCI ในการใช้งาน

CrytalDiskInfo

ราย ละเอียดจาก CrytalDiskInfo นั้นในส่วนของสถานะก็ยังแสดงออกมาให้เห็นว่าสภาพของ SSD ตัวนี้ยังคงสมบูรณ์ 100% ส่วนรายละเอียดของฟีเจอร์ต่างๆที่รองรับนั้นขาดแต่ก้เพียงฟังก์ชัน AAM เท่านั้นที่ไม่รองรับส้วนฟีเจอร์หลักๆเด่นๆอื่นเช่น NCQ, TRIM พร้อมรองรับตามสไตล์ของ SSD ในปัจจุบันนี้

ราย ละเอียดจาก CrytalDiskInfo นั้นในส่วนของสถานะก็ยังแสดงออกมาให้เห็นว่าสภาพของ SSD ตัวนี้ยังคงสมบูรณ์ 100% ส่วนรายละเอียดของฟีเจอร์ต่างๆที่รองรับนั้นขาดแต่ก้เพียงฟังก์ชัน AAM เท่านั้นที่ไม่รองรับส้วนฟีเจอร์หลักๆเด่นๆอื่นเช่น NCQ, TRIM พร้อมรองรับตามสไตล์ของ SSD ในปัจจุบันนี้

Intel Solid State Drive Toolbox

เช่น เดียวกันสำหรับการตรวจสอบความสมบูรณ์ของตัว SSD ผ่านทาง Sofware จากทาง Intel เองอย่าง Intel Solid State Drive Tool มันก็ยังเป็นไปในแนวเดียวกันกับข้างต้นที่สภาพยังคงอยุ่ในสถานะสมบูรณ์ 100%

AIDA64

รายละเอียดทางเทคนิคต่างๆของ Intel SSD 520 Series 240GB ที่สามารถอ่านได้จากทาง AIDA64

Capacity

สำหรับ ความจุหลังจากการ Format เพื่อจะทำการติดตั้ง OS นั้น เราจะได้ความจุทั้งหมดมาใช้งานด้วยกันในขนาด 223GB ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปรกติของการนับอัตราความจุ ที่มันจะไม่ตรงกับหน่วยใหญ่ๆแบบเปะๆ เพราะหากนำค่ามาคำนวนกันจริงๆมันก็ไม่ได้หายไปไหน ซึ่งตามที่ทราบกันอยู่แล้วว่า 1MB = 1024 Kilobyte

Test results Con't (Windows Install)

HD Tach 3.0.4.0 - Quick Bench

HD Tach 3.0.4.0 - Long Bench

AS SSD 1.6.4237.30508 Benchmark

AS SSD 1.6.4237.30508 copy Benchmark

AS SSD 1.6.4237.30508 : Compression Benchmark

CrytalDiskMark 3.0.1 x64

Normal Mode

All 0x00, 0Fill Mode

สำหรับ CrytalDiskMark นั้นโดยทั่วๆไปแล้วเรามักจะพบว่าการทดสอบที่ออกมาโดยเฉพาะในส่วนของผลความ เร็วในการ Write ที่มักจะออกมาต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเสมอเมื่อเปรียบเทียบกับสเป็คของ SSD ในโมเดลนั้นๆ แต่หากว่าเราเลือกโหมดการทดสอบไปในโหมด " All 0x00 0Fill " นั้น ผลที่ออกมาจะเห็นได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนสำหรับความสามารถทางด้านการ Write ที่จะให้ผลออกมาได้ใกล้เคียงหรืออาจจะกล่าวได้ว่าค่อนข้างมีความถูกต้องตาม ที่ควรจะเป็น ส่วนความเร็วทางด้าน Read นั้นก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากมายนัก

ATTO Disk Benchmark - 256MB

สำหรับ ATTO Disk Benchmark นั้นน่าจะถือว่าเป็นโปรแกรมเดียวที่จะสามารถให้ผลการทดสอบออกมาได้ในระดับ ที่เป็นไปตามที่ทางผู้ผลิตแต่ละรายออกแบบมา ดังเช่นในวันนี้กับ Intel SSD 520 Series ตัวนี้ที่ทางอิเทลได้ออกแบบมาว่าจะมีความเร็วในการเขียนช่วงประมาณ 520MB/s เป็นอย่างน้อย และกับผลทดสอบที่ออกมาก็ให้ค่าสูงสุดในช่วงดังกล่าวนี้

DiskMark

Conclusion

กับบททดสอบทั้งหมดที่ออกมาของเจ้า Intel SSD 520 Series ที่ผ่านพ้นกันไปนั้น ในเบื้องต้นนั้นหากมองจากภาพโดยรวมทั้งหมดแล้วก็นับว่าเป็น SSD ที่มีความเร็วความแรงเป็นที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งผลทดสอบจากหลายๆบททดสอบต่างก็ให้ผลที่น่าพอใจ และแม้ว่าหากมองกับโปรแกรมทดสอบเด่นๆที่นิยมทดสอบกันที่เราอาจจะไม่ได้เห็น ถึงความเร็วที่ทำได้ถึงสเป็ค แต่แม้ไม่ถึงสเป็คมันก็จัดเป็นความเร็วที่สูงพอตัวสำหรับ SSD ณ ปัจจุบันนี้ แต่กระนั้นก็ใช่ว่าเราจะไม่สามารถเห็นความเร็วตามสเป็คไปเสียทีเดียว เพราะอย่างน้อยๆแล้วผลการทดสอบจากโปรแกรม ATTO Disk Benchmark ที่เป็นหนึ่งในโปรแกรมยอดนิยม มันก็แสดงผลออกมาได้ดีให้ความเร็วทั้งความเร็วในการอ่านและความเร็วในการ เขียน เป็นไปตามสเป็คทั้งสองด้านรวมถึงโปรแกรม HD Tune ในส่วนของ File Benchmark ก็ให้ผลออกมาในระดับที่ใกล้เคียงกับสเป็คที่ทางอินเทลได้กำหนดมาเช่นกัน ดังนั้นในวันนี้กับบททดสอบของ Intel SSD 520 Series ในโมเดลขนาดความจุ 240GB ที่เราได้ทำการทดสอบไปนั้น ก็สามารถสรุปได้บ้างว่าเป้นไปตามที่ทาง Intel ได้การันตีไว้แม้จะเพียงโปรแกรมเดียวก็ตามที อนึ่งหากใครที่ได้มีการติดตามผลการทดสอบเกี่ยวกับ SSD หรือ HDD หรือแม้แต่สื่อจัดเก็บข้อมูลอย่าง Thumbdrive นั้น ก็น่าจะทราบกันว่าผลการทดสอบต่างๆที่ออกมาก็มักจะเป็นไปในแนวเดียวกันนี้ ที่เรามักจะไม่พบเห็นว่ามันตรงกับสเป็คของผุ้ผลิตมากนัก และสำหรับใครที่มองหา SSD อยู่และนำไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน(แน่นอนอยู่แล้ว ! เพราะคงไม่มีใครซื้อมาโชว์ ^^") ก็อย่าไปกังวลมากนักกับความเร็วที่เราเห็นว่าทำไมไม่ได้ตามสเป็คที่ผู้ผลิต เขารับรองมา แต่ให้มองในภาพรวมมากกว่า รวมทั้งหากมองจาก Intel SSD 520Series 240GB ตัวนี้นั้น ให้สังเกตดูว่าความเร็วในการเขียนข้อมูลในช่วงของขนาดไฟล์ที่ไม่ใหญ่ยาวมาก นัก เราจะเห็นว่ามันมีความสามารถด้านการเขียนได้ดีซึ่งดีกว่าความเร็วในการอ่าน ด้วยซ้ำไป ซึ่งมองดูแล้วก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับใช้เป็น Hard drive ตัวหลักสำหรับบู๊ต Windows ที่มันจะต้องมีการอ่านเขียนตลอดเวลา ซึ่งโดยมากแล้วก็ไม่ได้อ่านหรือเขียนไฟล์ขนาดใหญ่ๆแต่อย่างใดนั่นเอง ก็ลองเก็บไปเป็นตัวเลือกดูอีกสักหนึ่งทางเลือกแล้วกันนะครับ

Intel Solid State Drive 520 Series

บทความนี้ทำขึ้นเพื่อส่งงานในรายวิชา 0012006 อินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน เท่านั้น

credit : www.overzoneclock.com

READMORE
 

Cooler Master Silent Pro Hybrid 1050W

Cooler Master Silent Pro Hybrid 1050W

วันนี้ก็มีบทความทดสอบเพาเวอร์ซัพพลายมาให้ชมกัน ช่วงนี้เรียกได้ว่าตลาดของ PSU นั้น กำลังตื่นตัวกันอย่างเต็มที่ มียี้ห้อแปลกๆ แบรนด์ใหม่ๆออกมาเยอะแยะมากมาย การแข่งขันค่อนข้างสูงมาก ยี่ห้อดังๆเองก็ต้องตามให้ ทันกับการแข่งขันนี้ด้วยเช่นกัน โดยการเพิ่มจุดเด่นให้กับ PSU ทั้งในเรื่องของดีไซน์ คุณภาพและอุปกรณ์เสริมให้สอดคล้องกับเครื่อง คอมพิวเตอร์ ล่าสุดก็มี PSU ในตระกูล SPH หรือเรียกเต็มๆอย่างมีความหมายเป็นนัยว่า Silent Pro Hybird ของทาง Cooler Master ที่เพิ่มจุดจ่ายไฟ 7V สำหรับพัดลม แถมด้วยชุดควบคุมความเร็วรอบมาด้วย เท่านั้นยังไม่พอครับ ยังพัฒนาวงจรให้ลดการ สูญเสียพลังงานน้อยลงด้วยเทคโนโลยี Hybrid Transformer สิทธิบัตรของทาง Cooler Master ที่ใช้หม้อแปลงไฟชนิดใหม่ ที่เพิ่มประสิทธิภาพกว่าแบบก่อนถึง 25% รวมไปถึงอุณหภูมิที่น้อยลงตามการใช้พลังงานด้วย เท่านั้นยังไม่พอยังมีอีกหนึ่งเทคโนโลยี สำหรับถ่ายเทความร้อนชื่อว่า Heat Transfer Technology โดยอาศัยโคางสร้างและการวางวงจร เป็นตัวควบคุมทิศทางการ ไหลเวียนอากาศเป็นรูปตัว L บวกกับการเชื่อมอุปกรณ์ภายในแต่ละจุดด้วยเทคโนโลยี Hyper Path ที่จะไม่สูญเสียพลังงานไปอย่าง สูญเปล่าระหว่างทาง เรียกได้ว่าพัฒนาเต็มที่กันเลยทีเดียว การออกแบบของ PSU ในตระกูลนี้เพิ่งก็เพิ่งได้รับรางวัลจากทาง Red Dot Design Award ปี 2012 มาหมาดๆเลย Cooler Master SPH มีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น 3 ขนาดการจ่ายไฟได้แก่ขนาด 850W 1050W และ 1300W ซึ่งการทดสอบในวันนี้ผมจะนำตัว 1050W มาทดสอบให้ทุกท่านได้ชมกัน ถ้าพร้อมแล้วไปชมกัน!

Package & Bundled

Package ใหญ่อลังการมาก เป็นกล่องกระดาษหนาๆ โทนสีขาว-เทา-ม่วง หน้ากล่องระบุไว้ว่ารับประกันการใช้งานถึง 5 ปีเต็ม, ได้รับตรามาตราฐาน 80Plus ระดับ Gold จ่ายไฟ 12V แบบ Rail สูงสุดที่ 82A และมีพอร์ต 7V สำหรับต่อพัดลมด้วย

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง ได้แก่สายไฟสำหรับเชื่อมต่อพัดลม 3 ชุด , สายสำหรับเชื่อมต่อแผงควบคุมกับ PSU คู่มือการใช้งาน , น็อต 2 ชุด ชุดละ 4 ตัว และซองผ้าขนาดใหญ่สำหรับบรรจุสาย Connectors

Outside Detail

ขนาดของ Cooler Master Silent Pro Hybrid อยู่ที่ 150 x 180 x 86 มิลิเมตร เป็น PSU แบบ Full Modular ถอดสายได้ทุกเส้น

ใช้เทคโนโลยีเคลือบสีชนิดพิเศษที่มีลักษณธคลายกระดาษทราย มีความหยาบและไม่นำไฟฟ้า

ด้านข้างทั้งสองด้านสกรีนชื่อย่อของรุ่นและกำลังการจ่ายไฟด้วยสีเทา

ระบบเป็นแบบ full range รองรับไฟ AC และปรับแรงดันอัตโนมัติตั้งแต่ 90-264V พร้อมด้วยสวิทช์เปิดปิดที่ด้านบนมีแผนโลหะที่เป็นโลโก้ของ Cooler Master แปะไว้เท่ห์ๆ

Hightlight

จุดเด่นอีกจุดของ PSU ตระกูล Silent Pro Hybrid คือ 5.25" Bay Fan Controller ที่มีมาให้ สามารถควบคุมความเร็วรอบของพัดลมภายใน PSU ได้ โดยปรับแรงดีนไฟได้ตั้งแต่ 3 ถึง 12V ด้วยตัวปรับด้านซ้าย สามารถปรับด้วยสวิทช์ตรงกลางเป็นแบบ Auto หรือ Manual ก็แล้วแต่ความต้องการ

ส่วนตัวปรับด้านซ้ายมือนั้นไว้สำหรับปรับความเร็วของพัดลมชนิด 3 พิน ที่เชื่อมต่อผ่านด้านหลัง Bay ทั้ง 3 ชุดพร้อมกัน และสายไฟชุดใหญ่ที่เห็นในภาพไว้สำหรับเชื่อมต่อไปยังตัว PSU เพื่อควบคุมพัดลมนั่นเองครับ

Specification

สเป็คการจ่ายไฟก็จะมีไฟ 7V เพิ่มมา 1.8A สำหรับใช้กับพัดลมแบบ 3 ถึง 4 พินภายในเคส

Connectors

ช่อง Modulars สำหรับเชื่อมต่อสายไฟต่างๆ จะ Guide Line บอกไว้ด้านบน โดยมุมซ้ายบนสุดเป็นช่องรับสายไฟที่ต่อมาจาก Bay ส่วนทางขวามือเป็นช่องที่จ่ายไฟ 7V ไปยังพัดลมมีมาให้ 2 ชุดด้วยกัน ช่องถัดมาคือไฟ 12V สำหรับ 8 Pin และ 4+4Pin สำหรับจ่ายไฟยัง CPU ช่องแถวกลางทั้งหมดสำหรับสายที่มีหัวเป็น Molex , Sata และ FDD ช่องสีเทา 4 ช่องสำหรับไฟ 12V PCI-E และสุดท้ายคือ 24Pin

สายที่มีมาให้ทั้งหมด ได้แก่ 24 pin ความยาว 650mm x1 , 4+4 pin EPS12V/ATX12V ความยาว 710mm x2 6+2 pin PCIe ความยาว 660mm x2 6+2 pin PCIe ความยาว 660mm x2ที่มี 6+2 pin PCIe+95mm x2 เส้น Molex ความยาว 495mm+100mm+100mm x5 และ FDD +100mm x1 SATA ความยาว 500mm+100mm+100mm+100mm x12 3 pin Fan to 4 pin Fan adapter/extension (470mm) x3 Fan Control Interface (1000mm) x1

ลักษณะของสายจะบางตามลักษณะในภาพ ง่ายต่อการจัดระเบียบภายในเคส

Inside Detail

จัดเรียงวงจรไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยเน้นที่ L Zone สำหรับควบคุมทิศทางการไหลเวียนอากาศ

Capacitor มีทั้งหมด 3 ลูก ชนิด 330uF 420V 105c จาก Panasonic

ชุด AC filter

VRM Control

บรรยากาศขณะอุ่นเครื่องทดสอบ วันนี้เปลี่ยนสถานที่มาทดสอบอีกห้อง ในอุณหภูมิที่ 35 องศาเซลเซียส

Conclusion

เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดีกับการทดสอบมหาโหด ดึงโหลดกันแบบเต็มที่กับ Cooler Master Silent Pro Hybrid 1050W ผลที่ได้ ถือว่าน่าพอใจเป็นอย่างมากครับ จ่ายไฟได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยตามทั้ระบุมาในสเป็ค แต่ที่น่าเสียดายคือไม่ได้ทดสอบ 12V แบบ 82A เนื่องจากเครื่อง Active Load มีช่อง PCI-E ไม่เพียงพอก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย สรุปผลการทดสอบบางค่าอาจจะตรงกัน นั้น ไม่ได้พิมพ์ผิดนะครับมันออกมาพอดิบพอดีเอง คงไม่ข้อสุปเป็นคำพูดแล้วเพราะว่ากราฟน่าจะชัดเจนที่สุด หากท่านใดงงลองอ่านใน บทความเก่าๆดูได้ครับ แต่จะขอพูดในส่วนของเรื่อง OPP ที่ได้เพียง 1291 วัตต์นั้นเป็นเพราะขีดจำกัดของเครื่องทดสอบนั่นเอง อาจจะได้มากกว่านี้น่าจะอยู่ที่ 1350-1450 ไม่เกินนี้แน่นอน การออกแบบผมว่าเหมาะกับคนที่ชอบโทนมืดๆมากกว่า คนที่ชอบเรื่อง แสงสีคงไม่ถูกใจกับตัวนี้เท่าไหร่ ก็เอาเป็นว่าฝากไว้พิจารณาอีกรุ่นก็แล้วกันครับ อ๊ะเกือบลืมบอกไปว่า ถ้า PSU จ่ายไฟไม่ถึง 200W หรืออุณหาภูมิภายในไม่ถึง 50องศาเซลเซียสพัดลมจะไม่ทำงานนะครับไม่ต้องตกใจไป

บทความนี้ทำขึ้นเพื่อส่งงานในรายวิชา 0012006 อินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน เท่านั้น

credit : www.overzoneclock.com

READMORE
 

CM STORM Xornet Gaming Mouse

CM STORM Xornet Gaming Mouse

Package & Bundled

หน้า ตาของแพ็คเกจที่เห็นแต่ไกลในสีโทนดำแดง ดูดุดันกับนัก เล่นเกมส์ขาโหดตัวจริงได้เป็นอย่างดีครับ ข้างในก็ไม่มีอะไรให้ นอกจากคู่มือการใช้งานและคำแนะนำแบบเบื้องต้นเท่านั้นครับ

การ ออกแบบรูปลักษณ์ที่เน้นไปในลักษณะของความกระทัดรัดแต่ยังคงยึดในเรื่องการ ออกแบบที่โค้งตามลักษณะการจับใช้งานเป็น เวลานานๆให้รู้สึกไม่เมื่อย ซึ่งการออกแบบของ Xornet รูปทรงที่เน้นไปทางการให้ความรู้สึกกระชับมือในการจับและการใช้ยางใน ส่วนของ Grip วางนิ้ว ที่ทำให้ตลอดการเล่นเกมส์รู้สึกสบายนิ้วและไม่หลุดออกจากตัวเกมส์ให้เสีย อารมณ์ ส่วนใครถนัดมือซ้ายก็ต้อง เสียใจด้วยรูปทรงของตัว Xornet นั้นเน้นออกแบบให้ใช้งานกับมือขวาเท่านั้น ซึ่งจะว่าไปมันก็เป็นเรื่องปกติของเกมส์มิ่งเมาส์กัน

ลูก กลิ้งที่ใช้ยางแบบมารอยบากเป็นเส้นๆ โดยรวมก็นิ่มและเกาะนิ้วมี ความเร็วในการกลิ้งที่ทำงานก็ได้่เล่นเกมส์ก็ออกมากำลังดีครับ พื้นผิวของส่วนหน้าสัมผัสการคลิกซ้ายและขวาเป็นการเคลือบผิวด้วยวัสดุที่ให้ ความรู้สึกของการยึดเกาะได้ดีแล้วยังมีการทำพิ้นผิว ในช่วงของการวางนิ้วให้ต่ำลงไปที่ให้ความรู้สึกคลิกลงไปได้อย่างมั่นใจดี ทางด้านปุ่มสองปุ่มที่อยู่ใกล้กับลูกกลิ้งนั้นเป็นปุ่มที่ใช้ปรับ ค่าของความละเอียดหรือที่มักจะเรียกกันว่า DPI สามารถปรับได้กลางอากาศระหว่าการใช้งาน ปรับได้สามระดับ คือ 500 - 1000 - 2000 DPI ปุ่มที่ใกล้ลูกกลิ้งคือ + และด้านล่างคือ - ผมว่าไม่ต้องอ่านคู่มือก็สามารถใช้งานเมาส์ CM STORM Xornet ได้เต็มที่

Grip ด้านข้างซ้ายของตัวเกมส์ที่พื้นผิวทำมาจากยาง ขนาดของ Grip ฝั่งนี้ก็จะใหญ่กันหน่อย เนื่องจากมันเอาไว้ใช้พักหรือวางนิ้ว โป้งกันครับ ส่วนปุ่มอีกสองปุ่มก็เป็น Forward และ Backward ถ้าจะใช้เป็นคำสั่งอื่นไปหาๆโปรแกรมแก้ได้ครับ หรือถ้าโหดๆ มากกันหน่อยก็ไป Hack Registry เลยก็ได้ แต่ไป Hack มั่วๆแล้ววินโดว์ล่มก็คงต้องตัวใครตัวมันผมไม่รู้เรื่องด้วยนะครับ อิอิ

อันนี้ผมชอบมากเลยคือ Grip ด้านขวาที่ออกแบบให้มีที่พักนิ้วนางได้ด้วย รวมไปถึงจุดที่วางนิ้วก้อยก็ยังใช้ยางเป็นผิวสัมผัส

สเก็ต ของเมาส์ที่ออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่ ซึ่งผมอย่างผมเป็นคนที่ไม่ชอบเมาส์ลื่นๆรู้สึกได้ทันที Xornet มันออกแนวไหลลื่นกันมาก เกินไป แต่อย่างแฟนผมเป็นคนชอบเมาส์ที่เคลื่อนที่ได้ไหลลื่นสุดโต่ง เจอตัวนี้เข้าไปแฟนผมชอบมากเลยในจุดนี้ของสเก็ตครับ

เซ็นเซอร์ จับการเคลื่อนที่ อย่าที่ผมได้บอกไปตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่ามันมีความละเอียดสูงสุด 2000 DPI โดยเป็นการใช้เซ็นเชอร์แบบ Tactical Optical ความคมในการเคลื่อนที่อาจสูงเซ็นเซอร์ไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าเมาส์เซ็นเซอร์เลเซอร์บางตัวที่ผมเคยเจอๆมาก็มีนะ

พอร์ตการเชื่อมต่อเป็น USB 2.0 มาตรฐานของเมาส์สมัยนี้ ตัวสายเป็นแบบปลอกพลาสติกแบบมาตรฐานทั่วไป ไม่ได้หุ้มตาข่ายมา

ถึง แม้ CM STORM Xornet จะเป็นเมาส์เกมส์มิ่งที่จากความรู้สึกของผมว่าขนาดเล็กๆน่ารักดี แต่การออกแบบนั้นมันยัง คงรองรับกับผู้ใช้งานที่มีขนาดใหญ่ได้พอสมควร ที่ผมชอบเลยคือ Grip สำหรับวางนิ้วก้อยโดยเฉพาะทำให้รู้สึกว่าไม่ต้องเกร็งนิ้วมาก และสามารถเล่นเกมส์ได้ยางนานมากขึ้น แต่ที่ผมไม่ชอบที่ตัวมันสั้นไปหน่อย ทำให้ต้องเกร็งอุ้งมือให้มันพ้นแผ่นรองเมาส์กันครับ แต่ถ้า ใครชอบความรู้สึกว่าอุ้งมือลากอยู่บนแผ่นรองเมาส์ด้วยก็ผ่านจุดนี้ได้ครับ อย่า ถ้าใครมือเล็กๆผมว่ากำลังดีเลย แต่ถ้ามือใหญ่มากก็คงจะ ไม่ค่อยเหมาะสม เอาเข้าจริงๆสุดท้ายเรื่องงบประมาณมันก็ช่วยตัดสินใจมากที่สุดแหละ น้ำหนักของตัวเมาส์ที่ 142 กรัม ถ้าเป็นความ รู้สึกของคนทั่วไปผมว่ามันออกแนวกำลังดี แต่ถ้าใครชอบเมาส์นักๆนั้นก็จะรู้สึกว่าเบามากเกินไป ยิ่งผมด้วยชอบเมาส์หนักโคตรๆขนาด คนอื่นว่าหนักแล้วผมยังต้องแกะออกมาเอาตะกั่วที่ใช้ถ่วงล้อรถติดเพิ่มเข้าไป อีกครับ

บทความนี้ทำขึ้นเพื่อส่งงานในรายวิชา 0012006 อินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน เท่านั้น

credit : www.overzoneclock.com

READMORE
 

CM Storm CS-S Battle Pad H2

CM Storm CS-S Battle Pad H2

CM Storm CS-S Battle Pad H2 Detail

ตัวแพ็คเกจที่มีขนาดไม่ใหญ่โตมากตามขนาดของตัวเมาส์แพด ที่ตัวกล่องจะเน้นโทนดีดำตัดกับสีแดงตามธีมของ CM Storm

ก่อนจะเสียเงินซื้อนั้นก็สามารถลองสัมผัสของผิวแผ่นรองเมาส์ได้โดยไม่ต้องไปขอร้านเค้าแกะข้างในออกมาดู

การออกแบบที่จะเป็นไปลักษณะครอบคลุมกับการใช้งานของเกมส์มิ่งเมาส์ที่ไม่ได้ดีไปที่สุดในทุกๆด้าน แต่ก็ใช้งานได้ทุกรูปแบบ

คุณสมบัติหลักของ CS-S Battle Pad H2

สเป็คของ CS-S Battle Pad H2 ในแบบคร่าวๆที่จะพูดถึงเนื้อผ้าของแผ่นรองเมาส์และขนาดของตัวมันเอง

มา ถึงตรงนี้แล้วก็เกิดอาการมึนตึบอธิบายอะไรกันไม่ออกเลยทีเดียวแล้วครับ โดยภาพรวมของตัวเมาส์แพดที่จะมีขนาด กว้าง 26 ซม. และความยาว 21 ซม. ที่มีการตัดขอบให้โค้งมลไม่ทื่อมากเกินไป ผิวผ้าด้านหน้าเป็นสีดำโดยจะมีการสกรีนโลโก้และคอนเซ็ปของทาง CM Storm เอาไว้ที่มุมด้านล่างฝั่งขวาเอาไว้ให้ดูโดดเด่นไม่เรียบทื่อมากเกินไป

ผิว หน้าที่ใช้วัสดุ H2Glide ที่ดูแล้วมันจะเป็นผ้าที่มีความละเอียยในการทอสูงมาก โดยจะดูเหมือนมันเน้นไปทางด้านการไหลลื่นใน การควบคุมถ้าดูผ่านๆตา แต่ถ้ามองดูดีๆแล้วจะพอเข้าใจได้ว่ามันเน้นแบบครอบคลุมที่ไม่ได้เจาะจงไปรูป แบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้น

ด้านล่างที่ทำมาจากยางธรรมชาติ 100% มีความหนาของแผ่นยางที่ 2 มม. อาจดูบางไปสำหรับเกมส์มิ่งเกมส์แพด ลักษณะพื้นผิวของยางนั้นออกแบบมาเพื่อให้สามารถยึดเกาะกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ได้ทุกรูปแบบเป็นอย่างดี

ถ้า เทียบขนาดกับเกมส์มิ่งเมาส์แพดทั่วไป จะเห็นได้ทันทีว่า CS-S Battle Pad H2 จะดูเหมือนกับแผ่นรองเมาส์ถูกๆที่แจกๆกัน หรือขายกันไม่กี่สิบบาทมากกว่า ยังไงเนื้องงานและคุณภาพของ CS-S Battle Pad H2 ก็ยังคงเป็นรูปแบบเกมส์มิ่งเมาส์แพด

บทความนี้ทำขึ้นเพื่อส่งงานในรายวิชา 0012006 อินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน เท่านั้น

credit : www.overzoneclock.com

READMORE